hurryclean logo

How to Get Rid of Musty Smell in a Car | Hurryclean

How to Get Rid of Musty Smell in a Car | Hurryclean

ใครที่เปิดประตูรถทีไร โดนกลิ่นอับตลบทุกทีเลย ยกมือขึ้น! กลิ่นอับในรถยนต์เป็นปัญหาที่เจ้าของรถหลายคนต้องเจอ โดยเฉพาะบ้านเราที่อากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี กลิ่นอับไม่ใช่แค่น่ารำคาญ แต่อาจเป็นสัญญาณของเชื้อราและแบคทีเรียอีกด้วย วันนี้ Hurryclean จะพาไปดูสาเหตุที่แท้จริงของ กลิ่นอับในรถ พร้อม 8 วิธีแก้ไขที่ทำได้ด้วยตัวเอง และเมื่อไหร่ที่ควรเรียกมืออาชีพมาช่วย มาดูกันเลย

ทำไมรถเราถึงมีกลิ่นอับ? มาดูสาเหตุกัน

ก่อนจะแก้ปัญหา เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่า ว่ากลิ่นอับในรถเกิดจากอะไรได้บ้าง จะได้แก้ได้ตรงจุด

  1. ความชื้นสะสมในห้องโดยสาร อากาศร้อนชื้นแบบบ้านเราเป็นตัวการสำคัญ โดยเฉพาะถ้าจอดรถตากฝนหรือลืมเปิดกระจกทิ้งไว้ ความชื้นจะซึมเข้าเบาะ พรม และทุกซอกมุม กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อราและแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นอับ
  2. ระบบแอร์รถยนต์สกปรก คอยล์เย็นและท่อแอร์ที่ไม่ได้ล้างนานๆ จะสะสมเชื้อราและแบคทีเรีย พอเปิดแอร์ปุ๊บ กลิ่นเหม็นอับก็พุ่งออกมาทั่วรถ ใครเปิดแอร์แล้วได้กลิ่นเปรี้ยวๆ นี่คือสัญญาณเตือน
  3. คราบอาหารและเครื่องดื่มหก กินข้าวในรถทำน้ำหกบนเบาะ ถ้าไม่รีบเช็ดทันที น้ำจะซึมเข้าเนื้อผ้าแล้วเริ่มเน่าเสีย กลิ่นที่ตามมานี่กำจัดยากมาก
  4. กลิ่นบุหรี่ฝังแน่น ควันบุหรี่จะฝังลึกในเนื้อเบาะ พรม แผงหน้าปัด ทุกที่เลย สารเคมีกว่า 7,000 ชนิดในควันบุหรี่จะสะสมจนเกิดกลิ่นอับ ยิ่งสูบในรถบ่อยๆ ยิ่งแก้ยากมาก
  5. สัตว์เลี้ยงและขนสัตว์ ใครที่พาน้องหมาน้องแมวนั่งรถด้วย ขน น้ำลาย และกลิ่นตัวจะติดเบาะ ขนที่ฝังในเนื้อผ้าจะดูดซับความชื้นและเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย ยิ่งนานยิ่งเหม็นอับหนักขึ้นเรื่อยๆ
  6. น้ำท่วมขังหรือรถโดนน้ำท่วม รถที่เคยโดนน้ำท่วม น้ำจะซึมเข้าไปทุกซอกทุกมุม แม้จะแห้งแล้ว ความชื้นกับเชื้อราจะยังแอบอยู่ใต้พรม ในฟองน้ำเบาะ กลิ่นเหม็นอับที่ตามมานี่แก้ยากมากจริงๆ

8 วิธีแก้กลิ่นอับในรถ ทำเองได้เลย!

ถ้ากลิ่นอับยังไม่หนักมาก ลองแก้เองก่อนได้เลย วิธีง่ายๆเหล่านี้ช่วยกำจัดกลิ่นในรถได้ดีทีเดียว

วิธีแก้กลิ่นอับในรถยนต์ - ทำความสะอาดภายในรถ

1. เบกกิ้งโซดาดูดกลิ่น

โรยเบกกิ้งโซดาบางๆ ลงบนเบาะผ้าและพรมรถเลยค่ะ ทิ้งไว้สัก 4-6 ชั่วโมง หรือข้ามคืนยิ่งดี แล้วก็ดูดฝุ่นออกให้สะอาด เบกกิ้งโซดาดูดกลิ่นได้ดีโดยไม่ทำลายเนื้อผ้า

2. น้ำส้มสายชูผสมน้ำ

ผสมน้ำส้มสายชูขาวกับน้ำ อัตราส่วน 1:1 ใส่ขวดสเปรย์ ฉีดลงบนเบาะ พรม แผงประตู ตรงไหนที่มีกลิ่น ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำบิดหมาด พอแห้งกลิ่นน้ำส้มสายชูจะหายไปพร้อมกลิ่นอับเลย

3. ถ่านกัมมันต์ (Activated Charcoal)

เอาถ่านกัมมันต์หรือถ่านไม้ไผ่ใส่ถุงผ้าวางตามจุดต่างๆในรถ เช่น ใต้เบาะ ช่องเก็บของ หลังเบาะหลัง ถ่านมีรูพรุนเล็กๆ นับล้านรูช่วยดูดกลิ่นและความชื้นได้ดีมาก เปลี่ยนถ่านใหม่ทุก 1-2 เดือนจะได้ผลดีที่สุด

4. กากกาแฟดูดกลิ่น

เอากากกาแฟที่ใช้แล้วตากให้แห้ง ใส่ถุงผ้าหรือภาชนะเปิดฝาวางในรถ กากกาแฟจะดูดกลิ่นอับแล้วแทนที่ด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกาแฟ โดยควรเปลี่ยนกากกาแฟใหม่ทุก 1-2 สัปดาห์

5. ตากแดดและระบายอากาศ

จอดรถตรงที่มีแดด เปิดประตูกับหน้าต่างทุกบานเลย ปล่อยให้อากาศถ่ายเทสัก 1-2 ชั่วโมง แสงแดดจะช่วยฆ่าเชื้อราและแบคทีเรีย ลมก็จะพัดพาความชื้นและกลิ่นอับออกไป ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งช่วยป้องกันรถมีกลิ่นอับได้ดีเลย

6. น้ำหอมปรับอากาศหรือสเปรย์ดับกลิ่น

เลือกใช้สเปรย์ดับกลิ่นที่มีสารฆ่าเชื้อ ไม่ใช่แค่กลบกลิ่นอย่างเดียว ฉีดลงบนเบาะ พรม และช่องแอร์ได้เลย แต่อย่าใช้น้ำหอมกลิ่นแรงเกินไป เพราะอาจปวดหัวหรือคลื่นไส้ตอนขับรถได้ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและไม่ทิ้งคราบบนพื้นผิวจะดีที่สุด

7. ทำความสะอาดระบบแอร์

ใช้สเปรย์ล้างแอร์รถฉีดเข้าทางช่องดูดอากาศ เปิดแอร์และเปิดพัดลมแรงสุด ให้สเปรย์ไหลผ่านระบบทำความเย็น จะช่วยกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียในคอยล์เย็นกับท่อแอร์ได้ ทำทุก 3-6 เดือน หรือเมื่อเริ่มได้กลิ่นอับจากแอร์

8. ดูดฝุ่นอย่างละเอียด

ดูดฝุ่นให้ทั่วทุกซอกทุกมุมในรถเลย ทั้งเบาะ พรม ใต้เบาะ ซอกระหว่างเบาะ ช่องเก็บของ และท้ายรถ ฝุ่นกับเศษอาหารที่สะสมนี่แหละ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค ดูดฝุ่นเป็นประจำช่วยป้องกันปัญหาเบาะรถเหม็นอับได้

กลิ่นอับจากเบาะรถ แก้ยังไงดี?

กลิ่นอับเบาะรถเป็นปัญหาที่เจอบ่อยที่สุด เพราะเบาะสัมผัสกับตัวเรามากที่สุดและดูดกลิ่นง่ายมาก วิธีแก้จะต่างกันตามประเภทเบาะ ดังนี้

กลิ่นอับจากเบาะรถ แก้ไขเบาะผ้าและเบาะหนัง

เบาะผ้า (Fabric Seats)

  • โรยเบกกิ้งโซดาทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วดูดออก
  • ใช้สเปรย์ทำความสะอาดเบาะผ้าเฉพาะทาง ฉีดแล้วเช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์
  • ถ้าหนักมาก ให้มืออาชีพซักด้วยเครื่องซักแบบสกัดน้ำ (Extraction Machine)
  • อย่าใช้น้ำเยอะเกินไป เพราะฟองน้ำในเบาะจะชื้นแล้วเหม็นหนักกว่าเดิม
  • ใช้ผ้าคลุมเบาะที่ซักได้ จะช่วยกันกลิ่นซึมเข้าเนื้อเบาะ

เบาะหนัง (Leather Seats)

  • ใช้น้ำยาทำความสะอาดเบาะหนังเฉพาะทางเท่านั้น ห้ามใช้น้ำยาทั่วไป
  • ห้ามใช้เบกกิ้งโซดาหรือน้ำส้มสายชูบนเบาะหนังเด็ดขาด หนังจะเสียหายได้
  • ทาครีมบำรุงเบาะหนังหลังทำความสะอาด เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของหนัง
  • อย่าตากแดดนานเกินไป หนังจะแห้งกรอบแตกร้าวได้
  • ถ้ากลิ่นฝังลึกในรอยตะเข็บเบาะหนัง ให้มืออาชีพทำความสะอาดจะดีกว่า

แล้วเมื่อไหร่ที่ควรเรียกมืออาชีพมาช่วย?

ลองวิธีแก้กลิ่นอับรถยนต์เองแล้วยังไม่หาย บางทีก็ต้องพึ่งมืออาชีพช่วย ลองเช็กดูว่าเข้าข่ายข้อไหนบ้าง

บริการทำความสะอาดภายในรถ โดยมืออาชีพ Hurryclean

กลิ่นไม่หายแม้แก้ไขด้วยตัวเองแล้ว

ลองทุกวิธีแล้วแต่กลิ่นยังอยู่ แสดงว่ากลิ่นฝังลึกมาก อาจอยู่ในฟองน้ำเบาะหรือวัสดุบุภายในที่เราเข้าถึงเองไม่ได้ ต้องให้มืออาชีพใช้เครื่องมือเฉพาะทางทำความสะอาดลึกถึงเนื้อวัสดุด้านใน

รถเคยถูกน้ำท่วมหรือมีน้ำขัง

รถที่โดนน้ำท่วมต้องรีบทำความสะอาดด่วน น้ำสกปรกจะซึมเข้าทุกซอกทุกมุม แถมเชื้อราจะเริ่มโตภายใน 24-48 ชั่วโมง ต้องถอดเบาะ ถอดพรม ทำความสะอาดทุกชิ้นส่วนอย่างละเอียด

พบเชื้อราหรือจุดด่างดำ

ถ้าเห็นจุดด่างดำ สีเขียว หรือสีขาวบนเบาะ พรม หรือเพดานรถ นั่นคือเชื้อรา ต้องให้มืออาชีพกำจัด เพราะเชื้อราบางชนิดอันตรายต่อระบบหายใจ แถมอาจแพร่กระจายไปทั่วรถถ้าไม่กำจัดให้ถูกวิธี

กลิ่นบุหรี่ฝังลึกทั่วห้องโดยสาร

กลิ่นบุหรี่เป็นกลิ่นที่แก้ยากที่สุด เพราะสารเคมีฝังตัวอยู่ในทุกพื้นผิว มืออาชีพจะใช้เทคนิคทำความสะอาดลึกร่วมกับโอโซน ช่วยกำจัดกลิ่นบุหรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มีกลิ่นเหม็นรุนแรงที่ไม่ทราบสาเหตุ

ถ้ารถเหม็นรุนแรงแต่หาสาเหตุไม่เจอ อาจมีอะไรซ่อนอยู่ใต้เบาะ ในช่องเก็บของ หรือแม้แต่สัตว์เล็กๆ เข้าไปตายในระบบแอร์ก็ได้ ควรให้มืออาชีพมาตรวจสอบจะแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่า

หมดปัญหากลิ่นอับในรถ ให้ Hurryclean ช่วยดูแลค่ะ!

Hurryclean ให้บริการทำความสะอาดภายในรถ ทั้งซักเบาะ ซักพรม ทำความสะอาดประตู เพดาน ด้วยเครื่องมือระดับมืออาชีพและน้ำยาเฉพาะทาง กำจัดกลิ่นอับ เชื้อรา และแบคทีเรียได้ สอบถามราคาหรือนัดหมายได้ทาง LINE @hurryclean

FAQ

กลิ่นอับในรถเกิดจากอะไร?กลิ่นอับในรถยนต์เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความชื้นสะสมในห้องโดยสาร ระบบแอร์ที่สกปรกมีเชื้อราและแบคทีเรีย คราบอาหารและเครื่องดื่มที่หกบนเบาะหรือพรม กลิ่นบุหรี่ที่ฝังแน่นในเนื้อผ้า ขนและกลิ่นสัตว์เลี้ยง รวมถึงน้ำท่วมขังในรถที่ทำให้เกิดเชื้อราและกลิ่นเหม็นอับ
วิธีแก้กลิ่นอับในรถทำเองได้ไหม?สามารถแก้กลิ่นอับเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง เช่น ใช้เบกกิ้งโซดาโรยบนเบาะทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วดูดออก ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำเช็ดพื้นผิว วางถ่านกัมมันต์ดูดกลิ่น ตากแดดเปิดประตูรถระบายอากาศ หรือดูดฝุ่นภายในรถอย่างละเอียด แต่หากกลิ่นฝังลึกหรือเกิดจากเชื้อรา ควรใช้บริการมืออาชีพ
เมื่อไหร่ควรเรียกมืออาชีพมาทำความสะอาดภายในรถ?ควรเรียกมืออาชีพเมื่อแก้กลิ่นอับด้วยตัวเองแล้วกลิ่นยังไม่หาย รถเคยถูกน้ำท่วมหรือมีน้ำขัง พบเชื้อราหรือจุดด่างดำบนเบาะหรือพรม กลิ่นบุหรี่ฝังแน่นทั่วห้องโดยสาร หรือมีกลิ่นเหม็นรุนแรงที่ไม่ทราบสาเหตุ มืออาชีพจะใช้เครื่องมือและน้ำยาเฉพาะทางในการทำความสะอาดลึกและกำจัดกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำความสะอาดภายในรถบ่อยแค่ไหนถึงจะดี?แนะนำให้ดูดฝุ่นและเช็ดทำความสะอาดภายในรถทุก 1-2 สัปดาห์ สำหรับการทำความสะอาดโดยมืออาชีพควรทำทุก 6-12 เดือน หรือบ่อยกว่านั้นหากใช้รถบ่อย มีสัตว์เลี้ยง มีเด็กเล็ก หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีฝนตกชุกและความชื้นสูง
ราคาทำความสะอาดภายในรถเท่าไหร่?ราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดรถและรูปแบบคราบสกปรก เช่นรา น้ำท่วม ซักเบาะรถที่ hurryclean เริ่มต้นที่ 490 บาท รถ SUV กับรถตู้ราคาสูงกว่า สอบถามราคาเฉพาะรุ่นรถได้เลยทาง LINE @hurryclean

Related articles

เวลาให้บริการ

10.00-20.00น.

รับคิวสุดท้าย 19.00น.

** นอกเวลาทำการมีค่าล่วงเวลา **

Google Ads IntegrationPrivacy Policy