ใครที่อยากซักที่นอนแต่ยังลังเลอยู่ว่า ราคาซักที่นอนจะแพงไหม คุ้มไหม ซักเองดีหรือจ้างช่างมาทำดีกว่า? คำตอบคือ ปกติแล้วเรานอนบนที่นอนวันละ 6-8 ชั่วโมง แต่แทบไม่เคยทำความสะอาดเลย ทั้งๆที่ข้างในเต็มไปด้วยไรฝุ่น เหงื่อ เซลล์ผิวหนัง แบคทีเรีย สะสมเพียบ แต่ก่อนจะตัดสินใจมาดูราคาซักที่นอนแต่ละขนาด พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ว่าแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน
ราคาซักที่นอนแต่ละขนาดเท่าไหร่?
ราคาซักที่นอนจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับขนาดที่นอนกับบริการที่เลือกเลย ลองมาดูตารางเปรียบเทียบราคาคร่าวๆในตลาดกัน
| ขนาดที่นอน | ซัก Deep Clean | ดูดไรฝุ่น | ซัก + กำจัดไรฝุ่น |
|---|---|---|---|
| 3, 3.5 ฟุต (Single) | 800 - 1,200 บาท | 400 - 600 บาท | 1,100 - 1,600 บาท |
| 5 ฟุต (Queen) | 1,200 - 1,800 บาท | 500 - 800 บาท | 1,500 - 2,200 บาท |
| 6 ฟุต (King) | 1,500 - 2,500 บาท | 600 - 1,000 บาท | 1,800 - 3,000 บาท |
| ท็อปเปอร์ (Topper) | 600 - 1,000 บาท | 300 - 500 บาท | 800 - 1,300 บาท |
* ราคาข้างต้นเป็นราคาคร่าวๆ อาจต่างกันไปตามแต่ละบริษัท ความสกปรก และพื้นที่ให้บริการ
ทำไมราคาซักที่นอนถึงไม่เท่ากัน?

1. ขนาดของที่นอน
ที่นอนยิ่งใหญ่ก็ยิ่งใช้เวลา และน้ำยา ที่มากขึ้น ที่นอน 6 ฟุตมักจะแพงกว่า 3.5 ฟุตอยู่ประมาณ 50-80%
2. ระดับความสกปรก
ถ้าที่นอนมีคราบฝังลึกอย่างคราบเลือด คราบฉี่ หรือมีราขึ้น ต้องใช้น้ำยาเฉพาะทางกับเวลาเพิ่มขึ้น ราคาก็จะสูงกว่าปกตินิดหน่อย
3. ประเภทบริการ
ซัก Deep Clean จะแพงกว่าดูดไรฝุ่นอย่างเดียว แต่ผลลัพธ์ดีกว่าเยอะมาก เพราะสามารถกำจัดคราบ กลิ่น และไรฝุ่นได้ในทีเดียว
4. คุณภาพอุปกรณ์และน้ำยา
บริษัทที่ใช้อุปกรณ์ดีๆ น้ำยาปลอดภัย ราคาอาจสูงกว่าหน่อย แต่ได้ผลลัพธ์ดีกว่าและปลอดภัยกับทุกคนในบ้าน
5. ค่าเดินทาง
บางบริษัทรวมค่าเดินทางไว้ในราคา บางบริษัทก็คิดแยกตามระยะทาง ตรงนี้ควรถามให้ชัดก่อนเรียกใช้บริการ
ซักที่นอนเอง vs จ้างมืออาชีพ แบบไหนคุ้มกว่า?
| เปรียบเทียบ | ซักเอง (DIY) | จ้างมืออาชีพ |
|---|---|---|
| ค่าใช้จ่าย | 100-500 บาท (น้ำยา+อุปกรณ์) | 800-3,000 บาท |
| ความสะอาด | ทำความสะอาดได้แค่ผิวหน้า | ลึกถึงเนื้อที่นอน กำจัดไรฝุ่น 90%+ |
| เวลาที่ใช้ | 3-5 ชั่วโมง + แห้ง 1-2 วัน | 1-2 ชั่วโมง + แห้ง 3-6 ชม. |
| ความเสี่ยง | ที่นอนอาจเปียกชื้น เกิดรา | ปลอดภัย มีประกันงาน |
| กำจัดไรฝุ่น | ทำได้แค่บางส่วน | กำจัดได้มากกว่า 90% |
ซักเองก็ประหยัดดี แต่ข้อจำกัดคือทำความสะอาดได้แค่ผิวหน้าเท่านั้น ลึกเข้าไปในเนื้อที่นอนอาจทำไม่ถึง ทั้งด้วยอุปกรณ์ น้ำยา และความชำนาญ แถมยังเสี่ยงกับปัญหาที่ตามมา เช่น ความชื้นที่อาจตกค้างจนเกิดเชื้อรา แนะนำจ้างมืออาชีพปีละ 1-2 ครั้ง ก็ช่วยให้ทุกคนในบ้านนอนสบาย สุขภาพดีขึ้นแน่นอน
รู้ไหม? ที่นอนของเราสกปรกกว่าที่คิดเยอะเลย!

เชื่อไหมว่าที่นอนที่ใช้มาสัก 2 ปีโดยไม่เคยซักเลย น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นจากฝุ่น เซลล์ผิวหนัง และสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ข้างใน ลองมาดูกันว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในที่นอนบ้าง
- ไรฝุ่น - ที่นอน 1 ผืนมีไรฝุ่นอยู่ได้หลายแสนถึงหลายล้านตัว ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้
- แบคทีเรียและเชื้อรา - ความชื้นจากเหงื่อทำให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อชั้นดี
- เซลล์ผิวหนัง - เราผลัดเซลล์ผิวหนังกันวันละประมาณ 1.5 กรัม ซึ่งกลายเป็นอาหารโปรดของไรฝุ่น
- เหงื่อและน้ำมัน - สะสมทุกคืนจนเกิดคราบเหลืองกับกลิ่นอับ
- สารก่อภูมิแพ้ - ละอองเกสร ขนสัตว์ ฝุ่นละอองที่ลอยมาสะสมทุกวัน
เลือกบริการซักที่นอนยังไงดี ไม่ให้โดนหลอก?
1. เช็ครีวิวให้ดีก่อน
2. ถามเรื่องอุปกรณ์และน้ำยาที่ใช้
3. เปรียบเทียบแพ็กเกจ
สรุปง่ายๆ
สนใจบริการซักที่นอนจาก Hurryclean ทำอย่างไร?
สอบถามและจองคิวรับบริการได้ที่ LINE : @hurryclean
