ทำไมที่นอนถึงกลิ่นเหงื่อแม้ซักผ้าปูเป็นประจำ

หลายคนซักผ้าปูที่นอนสม่ำเสมอ แต่กลิ่นอับยังอยู่ กลับมาทุกครั้งที่อากาศร้อน นั่นเป็นเพราะเหงื่อซึมลึกลงไปในชั้นฟองน้ำของที่นอนโดยตรง ผ้าปูรับได้บางส่วน แต่สิ่งที่เหลือจมอยู่ในเนื้อฟูก
คราบเหงื่อที่สะสมในที่นอนมักปรากฏเป็นวงเหลืองซีด บนพื้นผ้าสีขาวหรือสีอ่อน บางทีมองไม่ชัดจนกว่าจะถอดผ้าปูออก ส่วนกลิ่นนั้นมาจากแบคทีเรียที่เจริญในความชื้นที่กักไว้ภายใน ยิ่งเป็นที่นอนที่ใช้มาหลายปีโดยไม่เคยล้างลึก กลิ่นยิ่งฉุน
ที่นอนแบบไหนซักได้เองที่บ้าน แบบไหนทำไม่ได้
ก่อนลงมือทำอะไรก็ตาม ต้องรู้ก่อนว่าที่นอนของเราทำจากวัสดุอะไร เพราะแต่ละชนิดรับน้ำได้ต่างกันมาก
| ชนิดที่นอน | ซักน้ำได้ไหม | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| ที่นอนสปริง (ขนาดมาตรฐาน) | ไม่แนะนำ | หนักมาก แห้งช้า สปริงขึ้นสนิม |
| ฟูกฟองน้ำบาง (3-5 นิ้ว) | ได้บางส่วน | ต้องบิดน้ำออกดี แห้งใน 6-8 ชม. |
| ที่นอน Memory Foam | ห้ามแช่น้ำ | โครงสร้างเสียหาย ยุบถาวร |
| ที่นอน Latex | ได้บางส่วน | ฉีกง่ายถ้าบิดแรง ต้องระวัง |
สรุปง่ายๆคือ ที่นอนส่วนใหญ่ที่ใช้ในบ้านไม่เหมาะกับการแช่หรือซักด้วยน้ำมากๆ สิ่งที่ทำได้เองคือทำความสะอาดพื้นผิวและจัดการคราบเฉพาะจุด ส่วนการล้างลึกระดับเนื้อในต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง
วิธีทำความสะอาดที่นอนเองสำหรับคราบเหงื่อและกลิ่น

สำหรับคนที่อยากลองทำก่อน มีวิธีที่ทำได้เองโดยไม่ต้องแช่ที่นอนทั้งหลัง อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมมีดังนี้
- เบกกิ้งโซดา 1 กล่อง (ประมาณ 200-300 กรัมต่อที่นอนเตียงเดี่ยว)
- น้ำยาซักผ้าหรือน้ำยาเอนไซม์ 1-2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง (ห้ามใช้น้ำร้อนกับฟองน้ำ)
- ผ้าขาวสะอาด 2-3 ผืน หรือฟองน้ำนุ่ม
- เครื่องดูดฝุ่นที่มีหัวแปรง
เริ่มจากดูดฝุ่นพื้นผิวที่นอนทั้งด้านก่อน เพื่อเอาไรฝุ่นและเศษผิวหนังออก จากนั้นโรยเบกกิ้งโซดาบางๆ ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วดูดออก ขั้นตอนนี้ช่วยดับกลิ่นได้ดีระดับหนึ่ง
สำหรับคราบเหลืองที่เป็นวง ให้ผสมน้ำยาซักผ้ากับน้ำในอัตราส่วน 1:4 แล้วจุ่มผ้าขาวลงไปบิดหมาดๆ ซับที่คราบโดยเคลื่อนจากขอบวงเข้าหากลาง ห้ามขัดวนออก เพราะจะยิ่งกระจายคราบ ทำซ้ำ 3-4 รอบแล้วตามด้วยผ้าชุบน้ำเปล่าเช็ดล้าง
หลังเช็ดแล้วต้องตากที่นอนให้แห้งสนิทก่อนปูผ้า ถ้าเป็นวันแดดออกให้ตากกลางแจ้ง 4-6 ชั่วโมง ถ้าตากในห้องใช้พัดลมเป่าช่วย อย่าปูทับเร็ว เพราะความชื้นที่เหลือนั่นแหละคือต้นเหตุของกลิ่นรอบถัดไป
ซักที่นอนเองได้ผลแค่ไหน เทียบกับเรียกช่าง
ตอบตรงๆคือ การทำความสะอาดเองช่วยในระดับ "พอได้" กลิ่นเบาลง คราบจางลง แต่ถ้าที่นอนใช้มาเกิน 2-3 ปีโดยไม่เคยล้างลึก หรือมีสัตว์เลี้ยงนอนด้วย คราบและกลิ่นที่ซึมเข้าไปในชั้นกลางจะไม่ออกด้วยวิธีเช็ดพื้นผิว
บริการซักที่นอนมืออาชีพใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงร่วมกับน้ำยาเอนไซม์ที่ย่อยโปรตีนจากเหงื่อและสารคัดหลั่งโดยเฉพาะ จากนั้นดูดน้ำออกด้วยเครื่อง ทำให้แห้งเร็วและล้างได้ลึกกว่าวิธีเช็ดมือมาก ที่นอนที่กลิ่นไม่ออกหลังทำเองหลายรอบแล้ว นี่คือตัวเลือกที่ให้ผลต่างกันชัด
สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องซักที่นอนแล้ว
มีอยู่ไม่กี่อาการที่บ่งชัดว่าทำความสะอาดเองไม่พอแล้ว คือกลิ่นอับยังติดอยู่แม้เปลี่ยนผ้าปูใหม่, เห็นคราบเหลืองลึกที่ผ้าขาวเช็ดไม่ออก, หรือมีอาการคันหรือจามบ่อยผิดปกติตอนตื่นนอน ซึ่งมักมาจากไรฝุ่นที่สะสมในชั้นผ้าด้านใน
ถ้าบ้านมีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีอาการภูมิแพ้ ควรทำความสะอาดที่นอนลึกทุก 6-12 เดือน ไม่ต้องรอให้กลิ่นออกก่อนแล้วค่อยทำ
ซักฟูกที่นอนกับ Hurryclean ทำอะไรได้บ้าง
Hurryclean ให้บริการซักที่นอน และฟูกถึงบ้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยช่างจะนำเครื่องมือมาเองทั้งหมด ไม่ต้องยกที่นอนไปไหน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE @hurryclean
