ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า ที่นอนยางพาราและเมมโมรี่โฟม ทำจากอะไร

ที่นอนสองชนิดนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะรองรับสรีระได้ดี แต่วัสดุที่ใช้ทำมีความเปราะบางต่างจากที่นอนสปริงทั่วไปมาก
- ที่นอนยางพารา (Latex) ทำจากน้ำยางธรรมชาติหรือสังเคราะห์ที่ผ่านกระบวนการขึ้นรูปเป็นแผ่นฟอง มีความยืดหยุ่นสูง แต่ไม่ชอบความชื้นสะสมและความร้อน
- ที่นอนเมมโมรี่โฟม (Memory Foam) ทำจากโฟมพิเศษที่ตอบสนองต่อความร้อนและน้ำหนัก ดูดซับแรงกระแทกได้ดี แต่ดูดซับของเหลวได้ง่ายมาก และระบายออกยากมากๆ
ลักษณะของวัสดุทั้งสองนี้แหละที่เป็นเหตุผลหลักว่า ทำไมวิธีทำความสะอาดจึงแตกต่างจากที่นอนสปริงหรือที่นอนผ้าทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
ซักที่นอนยางพาราและเมมโมรี่โฟม ในเครื่องซักผ้าได้ไหม?
คำตอบสั้น ๆ คือ ห้ามเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นที่นอนยางพาราหรือเมมโมรี่โฟม การนำเข้าเครื่องซักผ้า หรือการแช่น้ำ จะทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้
- โฟมอุ้มน้ำไว้ข้างใน — ที่นอนโฟมทุกชนิดดูดซับน้ำได้ง่ายแต่ระบายออกยากมาก แม้จะผึ่งนานแค่ไหนก็ยังมีความชื้นค้างอยู่ข้างใน ซึ่งเป็นต้นเหตุของเชื้อราและกลิ่นอับ
- โครงสร้างเสียหาย — แรงหมุนของเครื่องซักผ้าและการแช่น้ำ ทำให้โฟมฉีกขาดหรือยุบตัวผิดรูปถาวร ที่นอนจะ ไม่กลับมารองรับสรีระได้ดีเหมือนเดิม
- เสี่ยงต่อสุขภาพ — ความชื้นที่ค้างในโฟมเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคและไรฝุ่นชั้นดี
ดังนั้นถ้าคิดจะเอาไปซักตาก โปรดหยุดความคิดนั้นไว้ก่อน แล้วอ่านวิธีที่ถูกต้องข้างล่างนี้แทน
วิธีทำความสะอาดที่นอนยางพาราและเมมโมรี่โฟมที่บ้าน ได้เองอย่างปลอดภัย

สำหรับการทำความสะอาดประจำหรือกรณีเปื้อนเล็กน้อย ทำเองได้ไม่ยากตามขั้นตอนนี้
- ดูดฝุ่นก่อนเสมอ — ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดทั่วทั้งด้านบน ด้านข้าง และด้านล่างของที่นอน เพื่อกำจัดไรฝุ่น ขนสัตว์ และอนุภาคสกปรกออกก่อน ทำทุก 1-2 สัปดาห์
- กรณีเปื้อนจุดเล็กๆ — ผสมน้ำเปล่ากับน้ำยาซักผ้าอ่อนโยน (หรือเบกกิ้งโซดา) ในปริมาณน้อย ใช้ผ้าชุบบิดหมาดแล้วแตะที่คราบ ห้ามถูหรือเอาน้ำราด ซับออกด้วยผ้าแห้งทันที
- กำจัดกลิ่น — โรยเบกกิ้งโซดาบางๆ ทั่วที่นอน ทิ้งไว้ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง แล้วดูดออกด้วยเครื่องดูดฝุ่น วิธีนี้ช่วยดูดซับกลิ่นและความชื้นได้ดี
- ผึ่งลม อย่าผึ่งแดดจัด — ที่นอนยางพาราและเมมโมรี่โฟม ไม่ชอบแสงแดดจัดโดยตรง เพราะทำให้วัสดุ เสื่อมสภาพเร็ว ให้ผึ่งในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทแทน
ข้อสำคัญ : ต้องแน่ใจว่าที่นอนแห้งสนิทก่อนคลุมหรือนอนทับ มิฉะนั้นความชื้นจะสะสมและขึ้นราได้
สัญญาณที่บอกว่าที่นอนโฟมต้องการทำความสะอาดเชิงลึก
บางครั้งการเช็ดเองที่บ้านอาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อเจอสถานการณ์เหล่านี้
- มีกลิ่นอับหรือกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ที่ไม่หายไปแม้จะโรยเบกกิ้งโซดาแล้ว มักบ่งบอกว่ามีความชื้นหรือเชื้อรา สะสมอยู่ข้างใน
- มีคราบปัสสาวะหรือของเหลวซึมลึก โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยง คราบเหล่านี้ซึมลึก กว่าที่เห็นเสมอ
- แพ้ฝุ่นหรือมีอาการภูมิแพ้บ่อย แม้จะดูดฝุ่นแล้ว ไรฝุ่นอาจฝังอยู่ลึกในเนื้อโฟม
- ไม่ได้ทำความสะอาดเชิงลึกมากกว่า 1 ปี โดยทั่วไปควรทำความสะอาดเชิงลึกอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง
เมื่อเจอสถานการณ์เหล่านี้ การทำความสะอาดเองอาจไม่เพียงพอและอาจทำให้ที่นอนเสียหายได้ ถ้าใช้วิธีผิด
ปลอกที่นอนก็สำคัญไม่แพ้กัน ซักได้เลยและควรทำบ่อย ๆ
สิ่งที่ทำความสะอาดเองได้ง่ายที่สุดและควรทำสม่ำเสมอคือการซักปลอกที่นอน ซึ่งทำหน้าที่เป็นด่านแรกป้องกัน ตัวที่นอนจริง
- ซักปลอกที่นอนทุก 1-2 สัปดาห์ตามปกติ
- ใช้ ปลอกกันน้ำ (Waterproof Protector) สวมทับตัวโฟมโดยตรงก่อนใส่ปลอกปกติ จะช่วยป้องกันไม่ให้ของเหลวซึมลงถึงเนื้อโฟม
- ถ้าบ้านมีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง ปลอกกันน้ำถือว่าจำเป็นมาก ๆ ไม่ใช่แค่ทางเลือก
การดูแลปลอกที่นอนให้สะอาดอยู่เสมอจะช่วยยืดอายุของตัวที่นอนโฟมได้อย่างมาก และลดโอกาสที่คราบสกปรก จะซึมถึงข้างใน
เมื่อทำเองไม่ไหว Hurryclean ช่วยดูแลที่นอนโฟมของคุณได้
ถ้าที่นอนยางพาราหรือเมมโมรี่โฟมของคุณ เจอปัญหาที่เกินกว่าจะจัดการเองได้ Hurryclean บริการทำความสะอาดที่นอนถึงบ้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมดูแลให้อย่างถูกวิธี
สอบถามรายละเอียดได้ที่ LINE @hurryclean
