hurryclean logo

ไรฝุ่นคืออะไร? วิธีกำจัดและป้องกันไรฝุ่น

ไรฝุ่นคืออะไร? วิธีกำจัดและป้องกันไรฝุ่น

ใครเคยเป็นแบบนี้บ้าง? ตื่นเช้ามาจามไม่หยุด คัดจมูก คันตา ทั้งๆที่บ้านก็ทำความสะอาดอยู่เสมอ สาเหตุหลักที่หลายคนมองข้ามก็คือ ไรฝุ่น ตัวร้ายจิ๋วที่แอบซ่อนอยู่ในที่นอน หมอน โซฟา และเฟอร์นิเจอร์ผ้าทุกชิ้นในบ้านเรานั่นเอง วันนี้จะพาทุกคนมารู้จักไรฝุ่นกันแบบเข้าใจง่ายๆ ตั้งแต่ไรฝุ่นคืออะไร อาการแพ้เป็นยังไง พร้อมวิธีกำจัดไรฝุ่นด้วยตัวเอง และเมื่อไหร่ที่ควรเรียกมืออาชีพมากำจัด

รู้จักไรฝุ่นกันก่อน ตัวจิ๋วที่ทำให้เราจามไม่หยุด!

ไรฝุ่น (Dust Mite) คือสัตว์ตัวเล็กจิ๋วในตระกูลเดียวกับแมงมุมและเห็บ ตัวเล็กมากแค่ 0.2-0.3 มิลลิเมตรเท่านั้น มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องถึงจะเห็นได้

แล้วไรฝุ่นกินอะไรเป็นอาหาร? ไรฝุ่นกินเซลล์ผิวหนังที่หลุดร่วงจากมนุษย์และสัตว์เลี้ยงเป็นหลัก คนเราผลัดเซลล์ผิวหนังออกประมาณ 1.5 กรัมต่อวัน ซึ่งเพียงพอเลี้ยงไรฝุ่นได้หลายล้านตัว ที่สำคัญคือไรฝุ่นชอบอยู่ในที่ชื้นๆ ความชื้น 60-80% อุณหภูมิ 20-30 องศา ซึ่งก็คือสภาพอากาศบ้านเราในเมืองไทยพอดี เพราะแบบนี้บ้านเรือนในไทยถึงมีไรฝุ่นเยอะมากนั่นเอง

ที่น่ากลัวคือ ไรฝุ่นมีอายุประมาณ 2-3 เดือน ตัวเมียวางไข่ได้ถึง 60-100 ฟองตลอดชีวิต ที่นอนแค่หลังเดียวอาจมีไรฝุ่นอยู่มากถึง 2 ล้านตัว แถมยังสร้างมูลออกมาวันละ 20 เม็ดต่อตัว ซึ่งมูลและซากของไรฝุ่นพวกนี้แหละ ที่เป็นตัวการทำให้เราเกิดอาการแพ้

ไรฝุ่นในที่นอน - บริการกำจัดไรฝุ่น Hurryclean

แพ้ไรฝุ่น อาการเป็นยังไง?

อาการแพ้ไรฝุ่น เกิดจากร่างกายเราตอบสนองต่อมูลและซากของไรฝุ่น อาการจะเกิดได้ทั้งทางจมูก ผิวหนัง และตา ซึ่งมักจะหนักขึ้นตอนกลางคืนหรือเช้าๆหลังตื่นนอน เพราะเราสัมผัสกับไรฝุ่นในที่นอนมาทั้งคืนนั่นเอง

อาการทางจมูก (จามไม่หยุดตอนเช้า!)

  • จามรัวๆ หลายครั้งติดกัน โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน
  • คัดจมูก น้ำมูกใสไหลไม่หยุด
  • คันจมูก คันในลำคอ
  • จมูกตัน หายใจไม่ค่อยสะดวก

อาการทางตา

  • คันตา ตาแดง ตาบวม
  • น้ำตาไหลเองโดยไม่มีสาเหตุ
  • เคืองตา แสบตาบ่อยๆ
  • มีขี้ตาเยอะผิดปกติ

อาการทางผิวหนัง

  • ผื่นแดงคันตามตัว โดยเฉพาะตรงที่สัมผัสเครื่องนอน
  • ผิวแห้ง ลอก ระคายเคือง
  • ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) กำเริบบ่อย
  • เป็นลมพิษ ผื่นนูนแดงขึ้นมาเฉยเลย

อาการทางระบบทางเดินหายใจ

  • ไอเรื้อรัง โดยเฉพาะตอนกลางคืน
  • หายใจมีเสียงหวีดๆ
  • แน่นหน้าอก หอบเหนื่อยง่าย
  • กระตุ้นอาการหอบหืดให้กำเริบได้

ไรฝุ่นซ่อนอยู่ตรงไหนในบ้านเราบ้าง?

ไรฝุ่นอยู่ได้ทุกที่ที่มีเศษผิวหนังและความชื้นเลย แต่มีจุดที่พบเยอะเป็นพิเศษ ลองมาดูตารางด้านล่างกัน ว่าจุดไหนในบ้านเสี่ยงมากที่สุด

แหล่งที่พบระดับความเสี่ยงเหตุผล
ที่นอน หมอน ผ้าห่มสูงมาก ★★★★★สัมผัสร่างกายโดยตรงตลอดคืน มีเหงื่อ ความชื้น และเซลล์ผิวหนังสะสมจำนวนมาก
โซฟาผ้า เบาะนั่งสูง ★★★★ใช้งานทุกวัน สะสมเศษอาหาร เหงื่อ และเซลล์ผิวหนังจากทุกคนในบ้าน
พรม พรมปูพื้นสูง ★★★★เส้นใยพรมกักเก็บฝุ่น เซลล์ผิวหนัง และความชื้นได้เป็นอย่างดี ทำความสะอาดลึกได้ยาก
ผ้าม่านปานกลาง ★★★สะสมฝุ่นจากอากาศ มักไม่ค่อยได้ซัก ผ้าม่านหนาเก็บความชื้นได้มาก
ตุ๊กตาผ้า ของเล่นผ้าปานกลาง ★★★เด็กมักกอดนอน ไม่ค่อยได้ซัก สะสมเซลล์ผิวหนังและน้ำลายเด็ก
ไรฝุ่นในโซฟาและเฟอร์นิเจอร์ - Hurryclean

7 วิธีกำจัดไรฝุ่นด้วยตัวเอง ทำได้เลยวันนี้!

แม้จะกำจัดไรฝุ่นให้หมด 100% ด้วยตัวเองไม่ได้ แต่วิธีเหล่านี้ช่วยลดจำนวนไรฝุ่นในบ้านได้เยอะมาก

1. ซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนด้วยน้ำร้อน 60°C ขึ้นไป

น้ำร้อน 60 องศาขึ้นไปสามารถฆ่าไรฝุ่นได้ ควรซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ถ้าซักด้วยน้ำอุณหภูมิปกติจะฆ่าไรฝุ่นไม่ได้ แค่ล้างมูลไรฝุ่นออกเท่านั้น ซักเสร็จแล้วเอาไปตากแดดจัดๆอีกทีจะดีมาก

2. ตากแดดเครื่องนอนและหมอนเป็นประจำ

แสงแดดจัดๆ จะช่วยลดความชื้นในเครื่องนอน ทำให้ไรฝุ่นอยู่ไม่ได้ เอาที่นอน หมอน ผ้าห่ม ออกตากแดดอย่างน้อยเดือนละ 2-3 ครั้ง ตากช่วงแดดจัดๆ ประมาณ 10.00-14.00 น. พอตากเสร็จก็เคาะหรือตบๆ เพื่อสลัดซากไรฝุ่นออกอีกครั้ง

3. ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรอง HEPA

ดูดไรฝุ่นด้วยเครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรอง HEPA จะช่วยดักจับอนุภาคเล็กๆ รวมถึงมูลไรฝุ่นได้ดีมาก ควรดูดที่นอน หมอน โซฟา และพรม อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ค่อยๆดูดช้าๆ ใช้เวลาอย่างน้อย 2 นาทีต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร จะได้ดูดไรฝุ่นและมูลออกได้มากที่สุด ข้อควรระวังคือ เครื่องดูดฝุ่นทั่วไปที่ไม่มีแผ่นกรอง HEPA อาจดูดไรฝุ่นได้ แต่จะปล่อยมูลไรฝุ่นกลับออกมาทางอากาศ

4. ลดความชื้นในห้องนอนให้ต่ำกว่า 50%

ไรฝุ่นชอบความชื้นมาก ถ้าเราลดความชื้นในห้องให้ต่ำกว่า 50% ไรฝุ่นจะโตและขยายพันธุ์ไม่ได้ ลองใช้เครื่องลดความชื้น (Dehumidifier) หรือเปิดแอร์ช่วยลดความชื้น แล้วอย่าตากผ้าในห้องนอน เพราะจะทำให้ความชื้นเพิ่มขึ้น วันไหนอากาศดีๆ ก็เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทด้วยจะดีมาก

5. ใช้ปลอกที่นอนและปลอกหมอนกันไรฝุ่น

ปลอกกันไรฝุ่น (Anti Dust Mite Cover) ทำจากผ้าเนื้อแน่นมาก รูพรุนเล็กกว่าไรฝุ่น จึงกันไม่ให้ไรฝุ่นเข้าออกได้เลย ช่วยป้องกันไม่ให้ไรฝุ่นเข้าไปอยู่ในที่นอนกับหมอน แถมยังกันมูลไรฝุ่นที่อยู่ข้างในไม่ให้ฟุ้งออกมาสัมผัสตัวเราอีกด้วย ถ้าใครเป็นภูมิแพ้ไรฝุ่น ลงทุนซื้อปลอกนี้จะคุ้มมากเลย

6. ลดจำนวนเฟอร์นิเจอร์ผ้าและพรมในห้องนอน

ยิ่งมีเฟอร์นิเจอร์ผ้าเยอะ ยิ่งมีที่อยู่ให้ไรฝุ่นเยอะ ถ้าเป็นไปได้ แนะนำเลี่ยงการปูพรมในห้องนอน เปลี่ยนเป็นพื้นไม้หรือกระเบื้องที่ทำความสะอาดง่ายกว่า ลดตุ๊กตาผ้าและหมอนอิงที่ไม่จำเป็นลง ถ้าต้องมีตุ๊กตาผ้า ก็ซักน้ำร้อนทุก 2 สัปดาห์ หรือเอาไปแช่แข็งในช่องฟรีซ 24 ชั่วโมงก็ช่วยฆ่าไรฝุ่นได้เหมือนกัน

7. ใช้สเปรย์กำจัดไรฝุ่นจากสารธรรมชาติ

สเปรย์กำจัดไรฝุ่นจากสารธรรมชาติ เช่น น้ำมันสะเดา น้ำมันยูคาลิปตัส หรือน้ำมันชาทีทรี ช่วยไล่ไรฝุ่นได้ดี ฉีดพ่นบนที่นอน หมอน โซฟา แล้วทิ้งไว้ให้แห้งก่อนใช้งาน ใช้ร่วมกับการดูดฝุ่นเป็นประจำจะดีมาก แต่ต้องบอกตามตรงว่า สเปรย์อย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้ร่วมกับวิธีอื่นๆ ด้วยถึงจะได้ผลดี

แล้วเมื่อไหร่ที่ควรเรียกมืออาชีพมาช่วย?

ทำเองก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่บางสถานการณ์เรียกมืออาชีพมาช่วยจะดีกว่ามาก ลองเช็กดูว่าเข้าข่ายข้อไหนบ้าง

  • ทำเองแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้น - ถ้าลองทำตามวิธีข้างบนมาสักพักแล้ว แต่ยังจาม คัน เป็นผื่นอยู่เหมือนเดิม แสดงว่าไรฝุ่นมันเยอะเกินกว่าจะจัดการเองได้แล้ว
  • คนในบ้านเป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้รุนแรง - ไรฝุ่นเป็นตัวกระตุ้นหอบหืดอันดับต้นๆ ถ้าบ้านไหนมีคนเป็นหอบหืด ควรกำจัดไรฝุ่นให้ทั่วถึงจริงๆ
  • บ้านมีเด็กเล็กหรือทารก - น้องๆ เด็กเล็กภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง เสี่ยงที่จะเป็นภูมิแพ้ได้ง่าย เรียกมืออาชีพมากำจัดไรฝุ่นจะช่วยลดความเสี่ยงให้ลูกน้อยได้
  • ไม่ได้ทำความสะอาดลึกมานานแล้ว - ที่นอน โซฟา หรือพรม ที่ไม่เคยซักลึกมาเกิน 1 ปี จะมีไรฝุ่นสะสมเยอะมาก ดูดฝุ่นเองไม่สามารถเข้าถึงไรฝุ่นที่ฝังลึกในเนื้อผ้าได้
  • เลี้ยงน้องหมาน้องแมวอยู่ - ขนและผิวหนังของน้องๆ สัตว์เลี้ยงเป็นอาหารโปรดของไรฝุ่น บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงมักมีไรฝุ่นมากกว่าบ้านทั่วไปหลายเท่า

หมดปัญหาไรฝุ่น ให้ Hurryclean ช่วยดูแล

Hurryclean ให้บริการกำจัดไรฝุ่นถึงบ้านทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลเลยค่ะ ด้วยเครื่องดูดไรฝุ่นระดับมืออาชีพกำจัดไรฝุ่นได้มากกว่า 99% ทำได้ทั้งที่นอน หมอน โซฟา พรม ผ้าม่าน และเฟอร์นิเจอร์ผ้าทุกชนิด สอบถามราคาและนัดหมายได้ทาง LINE : @hurryclean

คำถามที่พบบ่อย

ไรฝุ่นคืออะไร อันตรายไหม?ไรฝุ่นคือสัตว์ขาปล้องขนาดเล็กมากที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มีขนาดประมาณ 0.2-0.3 มิลลิเมตร อาศัยอยู่ในเครื่องนอน โซฟา พรม และเฟอร์นิเจอร์ผ้าต่างๆ ไรฝุ่นไม่ได้กัดคน แต่มูลและซากของไรฝุ่นเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ หอบหืด และผื่นคันได้
อาการแพ้ไรฝุ่นเป็นอย่างไร?อาการแพ้ไรฝุ่นที่พบบ่อย ได้แก่ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน คันตา ตาแดง น้ำตาไหล ผื่นแดงคันตามผิวหนัง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไอเรื้อรัง และอาจกระตุ้นอาการหอบหืดในคนที่เป็นโรคนี้อยู่แล้ว
ไรฝุ่นกัดคนได้ไหม?ไม่ได้! ไรฝุ่นกินเซลล์ผิวหนังที่หลุดร่วงเป็นอาหาร อาการคันหรือผื่นแดงไม่ได้มาจากการกัด แต่เกิดจากเราแพ้มูลและซากของไรฝุ่นที่สัมผัสกับผิว ต่างจากตัวไร (Scabies) ที่ไชเข้าผิวหนังได้
ไรฝุ่นมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ไหม?ไม่ได้ เพราะตัวเล็กมากแค่ 0.2-0.3 มิลลิเมตร ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายอย่างน้อย 10 เท่าถึงจะเห็น เพราะฉะนั้นแม้ที่นอนจะดูสะอาดเอี่ยม แต่อาจมีไรฝุ่นนับล้านตัวอยู่ก็ได้ วิธีเช็กที่ดีที่สุดคือสังเกตจากอาการแพ้ หรือใช้ชุดทดสอบไรฝุ่น (Dust Mite Test Kit)
ควรดูดไรฝุ่นบ่อยแค่ไหน?ควรดูดฝุ่นที่นอน หมอน โซฟา และพรม อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง โดยใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรอง HEPA ส่วนการซักทำความสะอาดลึกด้วยมืออาชีพแนะนำทุก 3-6 เดือน โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้ป่วยภูมิแพ้หรือเด็กเล็ก
กำจัดไรฝุ่นเองได้ไหม หรือต้องเรียกมืออาชีพ?การดูแลเบื้องต้นเช่น ซักผ้าปูที่นอนด้วยน้ำร้อน ตากแดด และดูดฝุ่นสม่ำเสมอ สามารถช่วยลดจำนวนไรฝุ่นได้ แต่หากมีอาการแพ้รุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ควรเรียกบริการกำจัดไรฝุ่นมืออาชีพที่มีเครื่องดูดไรฝุ่น ซึ่งสามารถกำจัดไรฝุ่นได้มากกว่า 99%

บทความที่เกี่ยวข้อง

เวลาให้บริการ

10.00-20.00น.

รับคิวสุดท้าย 19.00น.

** นอกเวลาทำการมีค่าล่วงเวลา **

การเชื่อมต่อ Google Adsนโยบายความเป็นส่วนตัว