
ใครที่เปิดประตูรถทีไร โดนกลิ่นอับตลบทุกทีเลย ยกมือขึ้น!กลิ่นอับในรถยนต์เป็นปัญหาที่เจ้าของรถหลายคนต้องเจอค่ะ โดยเฉพาะบ้านเราที่อากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี กลิ่นอับไม่ใช่แค่น่ารำคาญ แต่อาจเป็นสัญญาณของเชื้อราและแบคทีเรียด้วยนะคะ วันนี้ Hurryclean จะพาไปดูสาเหตุที่แท้จริงของกลิ่นอับในรถ พร้อม 8 วิธีแก้ไขที่ทำได้ด้วยตัวเอง และเมื่อไหร่ที่ควรเรียกมืออาชีพมาช่วย ลองดูกันเลยค่ะ
ทำไมรถเราถึงมีกลิ่นอับ? มาดูสาเหตุกันค่ะ
ก่อนจะแก้ปัญหา เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าค่ะ ว่ากลิ่นอับในรถเกิดจากอะไรได้บ้าง จะได้แก้ได้ตรงจุดนะคะ
ความชื้นสะสมในห้องโดยสาร
อากาศร้อนชื้นแบบบ้านเราเป็นตัวการสำคัญเลยค่ะ โดยเฉพาะถ้าจอดรถตากฝนหรือลืมเปิดกระจกทิ้งไว้ ความชื้นจะซึมเข้าเบาะ พรม และทุกซอกมุม กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อราและแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นอับนั่นเองค่ะ
ระบบแอร์รถยนต์สกปรก
คอยล์เย็นและท่อแอร์ที่ไม่ได้ล้างนานๆ จะสะสมเชื้อราและแบคทีเรียค่ะ พอเปิดแอร์ปุ๊บ กลิ่นเหม็นอับก็พุ่งออกมาทั่วรถเลย ใครเปิดแอร์แล้วได้กลิ่นเปรี้ยวๆ นี่สัญญาณเตือนเลยนะคะ
คราบอาหารและเครื่องดื่มหก
กินข้าวในรถทำน้ำหกบนเบาะ ถ้าไม่รีบเช็ดทันที มันจะซึมเข้าเนื้อผ้าแล้วเริ่มเน่าเสียค่ะ กลิ่นที่ตามมานี่กำจัดยากมากเลยนะคะ
กลิ่นบุหรี่ฝังแน่น
ควันบุหรี่จะฝังลึกในเนื้อเบาะ พรม แผงหน้าปัด ทุกที่เลยค่ะ สารเคมีกว่า 7,000 ชนิดในควันบุหรี่จะสะสมจนเกิดกลิ่นอับ ยิ่งสูบในรถบ่อยๆ ยิ่งแก้ยากมากเลยนะคะ
สัตว์เลี้ยงและขนสัตว์
ใครที่พาน้องหมาน้องแมวนั่งรถด้วย ขน น้ำลาย และกลิ่นตัวจะติดเบาะหมดเลยค่ะ ขนที่ฝังในเนื้อผ้าจะดูดซับความชื้นและเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย ยิ่งนานยิ่งเหม็นอับหนักขึ้นเรื่อยๆ นะคะ
น้ำท่วมขังหรือรถโดนน้ำท่วม
รถที่เคยโดนน้ำท่วม น้ำจะซึมเข้าไปทุกซอกทุกมุมเลยค่ะ แม้จะแห้งแล้ว ความชื้นกับเชื้อราจะยังแอบอยู่ใต้พรม ในฟองน้ำเบาะ กลิ่นเหม็นอับที่ตามมานี่แก้ยากมากจริงๆ นะคะ
8 วิธีแก้กลิ่นอับในรถ ทำเองได้เลย!
ถ้ากลิ่นอับยังไม่หนักมาก ลองแก้เองก่อนได้เลยค่ะ วิธีง่ายๆ เหล่านี้ช่วยกำจัดกลิ่นในรถได้ดีเลยนะคะ

1. เบกกิ้งโซดาดูดกลิ่น
โรยเบกกิ้งโซดาบางๆ ลงบนเบาะผ้าและพรมรถเลยค่ะ ทิ้งไว้สัก 4-6 ชั่วโมง หรือข้ามคืนยิ่งดี แล้วก็ดูดฝุ่นออกให้สะอาดนะคะ เบกกิ้งโซดาดูดกลิ่นได้ดีมากโดยไม่ทำลายเนื้อผ้าเลยค่ะ
2. น้ำส้มสายชูผสมน้ำ
ผสมน้ำส้มสายชูขาวกับน้ำ อัตราส่วน 1:1 ใส่ขวดสเปรย์ค่ะ ฉีดลงบนเบาะ พรม แผงประตู ตรงไหนที่มีกลิ่น ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำบิดหมาดนะคะ พอแห้งกลิ่นน้ำส้มสายชูจะหายไปพร้อมกลิ่นอับเลยค่ะ
3. ถ่านกัมมันต์ (Activated Charcoal)
เอาถ่านกัมมันต์หรือถ่านไม้ไผ่ใส่ถุงผ้าวางตามจุดต่างๆ ในรถค่ะ เช่น ใต้เบาะ ช่องเก็บของ หลังเบาะหลัง ถ่านมีรูพรุนเล็กๆ นับล้านรูช่วยดูดกลิ่นและความชื้นได้ดีมากเลยนะคะ เปลี่ยนถ่านใหม่ทุก 1-2 เดือนจะได้ผลดีที่สุดค่ะ
4. กากกาแฟดูดกลิ่น
เอากากกาแฟที่ใช้แล้วตากให้แห้ง ใส่ถุงผ้าหรือภาชนะเปิดฝาวางในรถค่ะ กากกาแฟจะดูดกลิ่นอับแล้วแทนที่ด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกาแฟเลยนะคะ เปลี่ยนกากกาแฟใหม่ทุก 1-2 สัปดาห์นะคะ
5. ตากแดดและระบายอากาศ
จอดรถตรงที่มีแดด เปิดประตูกับหน้าต่างทุกบานเลยค่ะ ปล่อยให้อากาศถ่ายเทสัก 1-2 ชั่วโมง แสงแดดจะช่วยฆ่าเชื้อราและแบคทีเรีย ลมก็จะพัดพาความชื้นและกลิ่นอับออกไปด้วยนะคะ ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งช่วยป้องกันรถมีกลิ่นอับได้ดีเลยค่ะ
6. น้ำหอมปรับอากาศหรือสเปรย์ดับกลิ่น
เลือกใช้สเปรย์ดับกลิ่นที่มีสารฆ่าเชื้อด้วยนะคะ ไม่ใช่แค่กลบกลิ่นอย่างเดียว ฉีดลงบนเบาะ พรม และช่องแอร์ได้เลยค่ะ แต่อย่าใช้น้ำหอมกลิ่นแรงเกินไป เพราะอาจปวดหัวหรือคลื่นไส้ตอนขับรถได้นะคะ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและไม่ทิ้งคราบบนพื้นผิวจะดีที่สุดค่ะ
7. ทำความสะอาดระบบแอร์
ใช้สเปรย์ล้างแอร์รถฉีดเข้าทางช่องดูดอากาศค่ะ เปิดแอร์และเปิดพัดลมแรงสุด ให้สเปรย์ไหลผ่านระบบทำความเย็น จะช่วยกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียในคอยล์เย็นกับท่อแอร์ได้นะคะ ทำทุก 3-6 เดือน หรือเมื่อเริ่มได้กลิ่นอับจากแอร์เลยค่ะ
8. ดูดฝุ่นอย่างละเอียด
ดูดฝุ่นให้ทั่วทุกซอกทุกมุมในรถเลยค่ะ ทั้งเบาะ พรม ใต้เบาะ ซอกระหว่างเบาะ ช่องเก็บของ และท้ายรถ ฝุ่นกับเศษอาหารที่สะสมนี่แหละค่ะ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค ดูดฝุ่นเป็นประจำช่วยป้องกันปัญหาเบาะรถเหม็นอับได้ดีเลยนะคะ
กลิ่นอับจากเบาะรถ แก้ยังไงดี?
กลิ่นอับเบาะรถเป็นปัญหาที่เจอบ่อยสุดเลยค่ะ เพราะเบาะสัมผัสกับตัวเรามากที่สุดและดูดกลิ่นง่ายมาก วิธีแก้จะต่างกันตามประเภทเบาะนะคะ มาดูกันเลยค่ะ

เบาะผ้า (Fabric Seats)
- ✓โรยเบกกิ้งโซดาทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วดูดออกค่ะ
- ✓ใช้สเปรย์ทำความสะอาดเบาะผ้าเฉพาะทาง ฉีดแล้วเช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์นะคะ
- ✓ถ้าหนักมาก ให้มืออาชีพซักด้วยเครื่องซักแบบสกัดน้ำ (Extraction Machine) ค่ะ
- ✓อย่าใช้น้ำเยอะเกินไปนะคะ เพราะฟองน้ำในเบาะจะชื้นแล้วเหม็นหนักกว่าเดิม
- ✓ใช้ผ้าคลุมเบาะที่ซักได้ จะช่วยกันกลิ่นซึมเข้าเนื้อเบาะค่ะ
เบาะหนัง (Leather Seats)
- ✓ใช้น้ำยาทำความสะอาดเบาะหนังเฉพาะทางเท่านั้นนะคะ ห้ามใช้น้ำยาทั่วไป
- ✓ห้ามใช้เบกกิ้งโซดาหรือน้ำส้มสายชูบนเบาะหนังเด็ดขาดค่ะ หนังจะเสียหายได้
- ✓ทาครีมบำรุงเบาะหนังหลังทำความสะอาดด้วยนะคะ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของหนัง
- ✓อย่าตากแดดนานเกินไปนะคะ หนังจะแห้งกรอบแตกร้าวได้ค่ะ
- ✓ถ้ากลิ่นฝังลึกในรอยตะเข็บเบาะหนัง ให้มืออาชีพทำความสะอาดลึกจะดีกว่าค่ะ
เคล็ดลับเพิ่มเติมค่ะ: ไม่ว่าจะเบาะผ้าหรือเบาะหนัง ลองเช็กก่อนนะคะว่ากลิ่นอับมาจากเบาะจริงหรือจากพรมรถ เพราะพรมรถมักเป็นจุดสะสมความชื้นและกลิ่นเยอะสุดเลยค่ะ ถอดพรมออกมาตากแดดและทำความสะอาดจะช่วยแก้กลิ่นเหม็นในรถได้ตรงจุดเลยนะคะ
แล้วเมื่อไหร่ที่ควรเรียกมืออาชีพมาช่วย?
ลองวิธีแก้กลิ่นอับรถยนต์เองแล้วยังไม่หาย บางทีก็ต้องพึ่งมืออาชีพช่วยค่ะ ลองเช็กดูนะคะว่าเข้าข่ายข้อไหนบ้าง

กลิ่นไม่หายแม้แก้ไขด้วยตัวเองแล้ว
ลองทุกวิธีแล้วแต่กลิ่นยังอยู่ แสดงว่ากลิ่นฝังลึกมากค่ะ อาจอยู่ในฟองน้ำเบาะหรือวัสดุบุภายในที่เราเข้าถึงเองไม่ได้ ต้องให้มืออาชีพใช้เครื่องมือเฉพาะทางทำความสะอาดลึกถึงเนื้อวัสดุเลยนะคะ
รถเคยถูกน้ำท่วมหรือมีน้ำขัง
รถที่โดนน้ำท่วมต้องรีบทำความสะอาดลึกด่วนเลยค่ะ น้ำสกปรกจะซึมเข้าทุกซอกทุกมุม แถมเชื้อราจะเริ่มโตภายใน 24-48 ชั่วโมงเลยนะคะ ต้องถอดเบาะ ถอดพรม ทำความสะอาดทุกชิ้นส่วนอย่างละเอียดค่ะ
พบเชื้อราหรือจุดด่างดำ
ถ้าเห็นจุดด่างดำ สีเขียว หรือสีขาวบนเบาะ พรม หรือเพดานรถ นั่นคือเชื้อราค่ะ ต้องให้มืออาชีพกำจัดเลยนะคะ เพราะเชื้อราบางชนิดอันตรายต่อระบบหายใจ แถมอาจแพร่กระจายไปทั่วรถถ้าไม่กำจัดให้ถูกวิธีด้วยค่ะ
กลิ่นบุหรี่ฝังลึกทั่วห้องโดยสาร
กลิ่นบุหรี่เป็นกลิ่นที่แก้ยากที่สุดเลยค่ะ เพราะสารเคมีฝังตัวอยู่ในทุกพื้นผิว มืออาชีพจะใช้เทคนิคทำความสะอาดลึกร่วมกับโอโซน ช่วยกำจัดกลิ่นบุหรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยนะคะ
มีกลิ่นเหม็นรุนแรงที่ไม่ทราบสาเหตุ
ถ้ารถเหม็นรุนแรงแต่หาสาเหตุไม่เจอ อาจมีอะไรซ่อนอยู่ใต้เบาะ ในช่องเก็บของ หรือแม้แต่สัตว์เล็กๆ เข้าไปตายในระบบแอร์ก็ได้ค่ะ ให้มืออาชีพมาตรวจสอบจะแก้ปัญหาได้ตรงจุดเลยนะคะ
คำถามยอดฮิตเรื่องกลิ่นอับในรถ
กลิ่นอับในรถเกิดจากอะไร?
เกิดได้จากหลายสาเหตุเลยค่ะ ทั้งความชื้นสะสม แอร์สกปรก คราบอาหาร กลิ่นบุหรี่ สัตว์เลี้ยง และน้ำท่วมขัง สาเหตุหลักก็คือเชื้อราและแบคทีเรียที่โตในที่ชื้นนั่นเองค่ะ
วิธีแก้กลิ่นอับในรถทำเองได้ไหม?
ทำเองได้เลยค่ะ! ลองใช้เบกกิ้งโซดาดูดกลิ่น ถ่านกัมมันต์ น้ำส้มสายชู หรือตากแดดระบายอากาศ แต่ถ้ากลิ่นฝังลึกหรือเกิดจากเชื้อรา ให้มืออาชีพช่วยจะได้ผลดีกว่านะคะ
ทำความสะอาดภายในรถบ่อยแค่ไหนดี?
แนะนำดูดฝุ่นและเช็ดทำความสะอาดทุก 1-2 สัปดาห์ค่ะ ส่วนทำความสะอาดลึกโดยมืออาชีพควรทำทุก 6-12 เดือนนะคะ ถ้ามีสัตว์เลี้ยง เด็กเล็ก หรืออยู่ในพื้นที่ชื้นเยอะ ก็ควรทำบ่อยกว่านั้นค่ะ
ราคาทำความสะอาดภายในรถเท่าไหร่คะ?
ราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดรถและความสกปรกค่ะ รถเก๋งเริ่มต้นประมาณ 1,500-3,000 บาท รถ SUV กับรถตู้อาจสูงกว่านิดหน่อย สอบถามราคาเฉพาะรุ่นรถได้เลยทาง LINE @hurryclean นะคะ
